vrv vrf ไม่เย็น

VRV / VRF ไม่เย็น กินไฟ เกิดจากอะไร?

สารบัญ

ระบบปรับอากาศแบบ VRV / VRF เหมาะกับอาคารที่ต้องการควบคุมหลายโซน เพราะสามารถปรับกำลังตามภาระความเย็นของแต่ละพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดอาการไม่เย็น อุณหภูมิไม่ลง เย็นบ้างไม่เย็นบ้าง หรือค่าไฟสูงผิดปกติ สาเหตุจำนวนมากไม่ได้เกิดจากเครื่องเสียแบบเฉียบพลันเสมอไป แต่มักเกี่ยวข้องกับคุณภาพการไหลเวียนอากาศ การระบายความร้อนฝั่งคอยล์ร้อน ปริมาณสารทำความเย็น และการตั้งค่าการควบคุมให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงของอาคาร หากตรวจเช็คอย่างเป็นลำดับ จะหาต้นเหตุได้เร็ว ลดการหยุดระบบ และแก้ไขได้คุ้มค่ากว่าการลองผิดลองถูก

ภาพรวมสาเหตุหลักที่ทำให้ VRV / VRF ไม่เย็นและกินไฟ

อาการไม่เย็นและกินไฟของ VRV / VRF มักอยู่ใน 4 กลุ่มสาเหตุหลัก ดังนี้

  1. การไหลเวียนอากาศไม่เพียงพอ ทำให้คอยล์เย็นแลกเปลี่ยนความร้อนได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ความเย็นไปไม่ถึงพื้นที่ และระบบต้องทำงานนานขึ้น
  2. การระบายความร้อนฝั่งคอยล์ร้อนไม่ดี เช่น คอยล์ร้อนสกปรก มีสิ่งกีดขวาง หรือระยะห่างรอบเครื่องไม่เหมาะสม ทำให้ความร้อนระบายออกยาก อุณหภูมิการควบแน่นสูงขึ้น และใช้พลังงานมากขึ้น เอกสารเชิงเทคนิคด้านการบำรุงรักษาระบบปรับอากาศระบุว่า คอยล์ร้อนสกปรกสามารถทำให้กำลังความเย็นลดลงและกำลังไฟเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  3. สารทำความเย็นผิดปกติหรือมีการรั่ว เช่น เติมมากเกินไป เติมน้อยเกินไป หรือมีการรั่ว ทำให้ระบบไม่สามารถทำงานตามที่ออกแบบไว้และส่งผลต่อประสิทธิภาพ งานวิจัยของ NIST ชี้ว่าปัญหาที่พบบ่อย เช่น สารทำความเย็นน้อยเกินไป สารทำความเย็นมากเกินไป การไหลเวียนอากาศต่ำ และท่อลมรั่ว มีศักยภาพทำให้สมรรถนะตกและเพิ่มการใช้พลังงานรายปีอย่างมีนัยสำคัญ
  4. การควบคุมและการใช้งานไม่สอดคล้องกับลักษณะอาคาร เช่น การตั้งอุณหภูมิต่ำเกินจำเป็น โหมดทำงานไม่เหมาะสม ตารางเวลาเปิดปิดไม่สัมพันธ์กับการใช้งานจริง หรือการจัดโซนควบคุมไม่สมดุล ทำให้ระบบทำงานหนักและยาวนานโดยไม่จำเป็น

เช็คลิสต์ตรวจอาการแบบหน้างานจริง

อาการที่ 1 ลมออกน้อย เย็นช้า เย็นไม่ทั่วพื้นที่

สาเหตุที่พบบ่อย

  1. แผ่นกรองอากาศสกปรกหรืออุดตัน
  2. คอยล์เย็นสกปรกทำให้อากาศผ่านยาก
  3. พัดลมหรือมอเตอร์ของชุดภายในทำงานผิดปกติ
  4. ระบบท่อลมมีการรั่ว มีการอุดตัน หรือแดมเปอร์ปิดค้าง
  5. พื้นที่ใช้งานมีการปิดกั้นทางลม เช่น ปิดช่องลม หรือกั้นผนังใหม่จนแนวทางลมเปลี่ยน

วิธีตรวจเช็คเบื้องต้น

  1. ตรวจสภาพแผ่นกรองอากาศ หากสกปรกมากให้ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนตามรอบ
  2. ตรวจแรงลมที่ช่องจ่ายลม เปรียบเทียบโซนที่เย็นกับโซนที่ไม่เย็น
  3. ตรวจว่ามีการปิดช่องลมหรือมีสิ่งของบังช่องลมหรือไม่
  4. หากเป็นระบบท่อลม ให้ตรวจรอยรั่วที่ข้อต่อและแนวท่อ รวมถึงตรวจแดมเปอร์ว่าทำงานปกติ

ทำไมจึงกินไฟ?
เมื่ออากาศผ่านคอยล์เย็นได้น้อย ความสามารถในการดึงความร้อนออกจากพื้นที่ลดลง ระบบต้องทำงานนานขึ้นเพื่อให้ถึงอุณหภูมิที่ตั้ง ส่งผลให้ค่าไฟสูงขึ้น งานอ้างอิงด้านความผิดพลาดในการติดตั้งของ NIST ระบุว่าการไหลเวียนอากาศต่ำและท่อลมรั่วเป็นกลุ่มปัจจัยที่ทำให้ประสิทธิภาพลดลงและการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น

คอยล์เย็นสกปรก

อาการที่ 2 ระบบเหมือนทำงานตลอด แต่ห้องไม่ถึงอุณหภูมิ และค่าไฟสูง

สาเหตุที่พบบ่อย

  1. คอยล์ร้อนสกปรก มีฝุ่นหนา หรือมีคราบที่ลดการถ่ายเทความร้อน
  2. พัดลมคอยล์ร้อนทำงานผิดปกติ หรือมีสิ่งกีดขวางทางลม
  3. พื้นที่ติดตั้งคอยล์ร้อนอับลม ระยะห่างรอบเครื่องไม่เพียงพอ
  4. ครีบคอยล์ร้อนบุบหรือเสียรูป ทำให้การไหลของอากาศลดลง

วิธีตรวจเช็คเบื้องต้น

  1. ตรวจสภาพคอยล์ร้อนด้วยสายตา หากมีฝุ่นเกาะหนาควรวางแผนล้างคอยล์ร้อน
  2. ตรวจว่ามีสิ่งกีดขวางด้านหน้าและด้านหลังคอยล์ร้อนหรือไม่
  3. ตรวจพัดลมคอยล์ร้อนว่าหมุนปกติ ไม่มีเสียงผิดปกติ และไม่มีการสั่นสะเทือน

ทำไมจึงกินไฟ?
เมื่อคอยล์ร้อนสกปรก อุณหภูมิการควบแน่นมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้กำลังความเย็นลดลงและใช้พลังงานมากขึ้น เอกสารข้อเท็จจริงด้านการทำความสะอาดคอยล์ระบุผลกระทบเชิงปริมาณ เช่น ความสามารถในการทำความเย็นลดลงและการใช้กำลังไฟเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิการควบแน่นสูงขึ้นจากคอยล์สกปรก

อาการที่ 3 เย็นบางโซน แต่บางโซนไม่เย็น หรือเย็นไม่สม่ำเสมอ

สาเหตุที่พบบ่อย

  1. การจัดโซนและการควบคุมไม่สมดุล เช่น บางโซนตั้งอุณหภูมิต่ำมาก ขณะที่อีกโซนตั้งสูง ทำให้การจัดสรรกำลังไม่เหมาะสม
  2. เซ็นเซอร์อุณหภูมิอ่านค่าคลาดเคลื่อนจากตำแหน่งติดตั้งที่ไม่เหมาะสม เช่น ใกล้ประตู ใกล้แหล่งความร้อน หรือโดนลมเป่าโดยตรง
  3. ชุดภายในบางตัวมีปัญหาด้านอุปกรณ์ควบคุมการไหลของสารทำความเย็น หรืออุปกรณ์ควบคุมทำงานผิดปกติ
  4. มีการปรับปรุงพื้นที่หน้างาน เช่น กั้นห้องใหม่ เพิ่มจำนวนคน หรือเพิ่มแหล่งความร้อน ทำให้โหลดจริงเปลี่ยนไปจากที่ออกแบบ

วิธีตรวจเช็คเบื้องต้น

  1. ตรวจค่าอุณหภูมิที่ตั้งและโหมดการทำงานของแต่ละโซนให้สอดคล้องกัน
  2. ตรวจตำแหน่งเซ็นเซอร์ว่าไม่ได้อยู่ในจุดที่ทำให้ค่าคลาดเคลื่อน
  3. ตรวจการแจ้งเตือนหรือรหัสความผิดปกติของชุดภายในที่มีปัญหา และบันทึกข้อมูลเพื่อให้ทีมช่างวิเคราะห์ได้เร็วขึ้น
แผ่นกรองอากาศตัน

อาการที่ 4 ค่าไฟสูงขึ้นหลังล้างแอร์หรือหลังซ่อมบำรุง

สาเหตุที่พบบ่อย

  1. ล้างเฉพาะคอยล์เย็น แต่คอยล์ร้อนไม่ได้ล้าง ทำให้ฝั่งระบายความร้อนยังติดขัด
  2. ค่าการตั้งค่าของตัวควบคุมเปลี่ยน เช่น ตารางเวลาเปิดปิดถูกแก้ไข อุณหภูมิตั้งถูกลดลง หรือโหมดการทำงานไม่เหมาะสม
  3. ขั้นตอนงานสารทำความเย็นไม่สมบูรณ์ เช่น การทำสุญญากาศไม่เหมาะสม หรือการเติมสารทำความเย็นไม่ถูกต้อง

วิธีตรวจเช็คเบื้องต้น

  1. ตรวจบันทึกงานซ่อมว่าได้ทำงานเกี่ยวกับสารทำความเย็นหรือไม่ และมีบันทึกค่าการทำงานก่อนและหลังหรือไม่
  2. ตรวจการตั้งค่าตัวควบคุม โดยเฉพาะตารางเวลาและโหมดการทำงาน
  3. หากค่าไฟเพิ่มขึ้นชัดเจนและมีอาการไม่เย็นร่วมด้วย ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจวัดสมรรถนะระบบ โดยอ้างอิงแนวปฏิบัติการตรวจวินิจฉัยและการบำรุงรักษาเชิงเทคนิค

อาการที่ 5 น้ำหยด กลิ่นอับ ความชื้นสูง

สาเหตุที่พบบ่อย

  1. ท่อน้ำทิ้งอุดตัน เดินท่อไม่ถูกความลาดเอียง หรือมีจุดคอหัก
  2. ถาดรองน้ำทิ้งสกปรกและมีเชื้อรา
  3. การไหลเวียนอากาศต่ำทำให้ความชื้นสะสม
  •  

วิธีตรวจเช็คเบื้องต้น

  1. ตรวจการไหลของน้ำทิ้งว่าระบายได้จริง
  2. ตรวจสภาพถาดน้ำทิ้งและทำความสะอาดตามรอบ
  3. หากเกิดซ้ำ ควรทบทวนแนวเดินท่อน้ำทิ้งและตำแหน่งท่อ รวมถึงตรวจสาเหตุ airflow ต่ำร่วมด้วย
น้ำหยด

แนวทางป้องกันด้วยการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

เพื่อให้การตรวจรับระบบ VRV / VRF มีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงค่าไฟบานปลาย ควรวางมาตรฐานการดูแลเป็นรอบ ดังนี้

  1. ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศและตรวจความสะอาดคอยล์เย็นตามรอบการใช้งาน

  2. ล้างคอยล์ร้อนและตรวจสภาพทางลมรอบคอยล์ร้อนตามรอบ เพราะคอยล์สกปรกส่งผลต่อกำลังความเย็นและการใช้พลังงาน

  3. ตรวจระบบน้ำทิ้งเพื่อป้องกันน้ำหยดและความอับชื้น

  4. ติดตามแนวโน้มการใช้พลังงานรายเดือนร่วมกับรูปแบบการใช้งานจริง เพื่อจับความผิดปกติได้เร็ว

  5. ทบทวนการตั้งค่าตัวควบคุม เช่น ตารางเวลา โหมดการทำงาน และการตั้งค่าอุณหภูมิให้เหมาะกับการใช้งานจริงของอาคาร

  6. ตรวจการรั่วและความเหมาะสมของปริมาณสารทำความเย็นโดยผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากปริมาณสารทำความเย็นที่ไม่เหมาะสมกระทบต่อประสิทธิภาพอย่างชัดเจน

  7. ทำการตรวจรับระบบและการทดสอบปรับแต่งให้ได้ตามที่ออกแบบ โดยแนวคิดการตรวจรับและการว่าจ้างระบบมีเป้าหมายเพื่อให้ระบบถูกติดตั้ง ทดสอบ และใช้งานได้ตามความต้องการของเจ้าของอาคาร

กรณีที่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจทันที

  1. มีรหัสความผิดปกติหรือการแจ้งเตือนขึ้นซ้ำ
  2. ระบบตัดบ่อย หรือคอยล์ร้อนมีอาการผิดปกติ เช่น พัดลมไม่หมุนหรือมีเสียงสั่นแรง
  3. สงสัยการรั่วของสารทำความเย็น หรือมีอาการแช่แข็งผิดปกติ
  4. ค่าไฟเพิ่มขึ้นมากร่วมกับอาการไม่เย็น และไม่ดีขึ้นหลังทำความสะอาดและปรับการตั้งค่าเบื้องต้น

*หมายเหตุ งานไฟฟ้าและงานเกี่ยวกับสารทำความเย็นควรให้ผู้มีความเชี่ยวชาญดำเนินการเพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้ระบบเสียหายเพิ่มเติม

สรุป

อาการ VRV / VRF ไม่เย็นและกินไฟส่วนใหญ่มักมีต้นเหตุจาก airflow ต่ำ การระบายความร้อนฝั่งคอยล์ร้อนติดขัด ปริมาณสารทำความเย็นผิดปกติ และการตั้งค่าการควบคุมที่ไม่เหมาะกับการใช้งานจริงของอาคาร การตรวจเช็คแบบเป็นขั้นตอนจะช่วยแยกสาเหตุได้เร็ว ลดเวลาหยุดระบบ และทำให้การแก้ไขคุ้มค่ากว่าการลองผิดลองถูก

เอกสารอ้างอิง

  1. National Institute of Standards and Technology, Sensitivity Analysis of Installation Faults on Heat Pump Performance, NIST Technical Note 1848. [nvlpubs.nist.gov]

  2. National Institute of Standards and Technology, Effect of Installation Faults on Air to Air Heat Pump Performance (สรุปผลความผิดพลาดสำคัญ เช่น ท่อลมรั่ว สารทำความเย็นน้อยเกิน สารทำความเย็นมากเกิน และ airflow ต่ำ). [nist.gov]

  3. NREL, Measure Guideline Air Conditioner Diagnostics, Maintenance, and Replacement (ข้อมูลภาคสนามเกี่ยวกับปัญหาสารทำความเย็นและ airflow ที่ไม่ถูกต้อง และแนวทางการวินิจฉัย).[nrel.gov]

  4. Energy.gov.au, Factsheet The Importance of Cleaning Coils (ผลกระทบของคอยล์สกปรกต่ออุณหภูมิการควบแน่น กำลังความเย็น และพลังงานที่ใช้). [energy.gov.au]

  5. U.S. Department of Energy FEMP, HVAC Maintenance and Technologies (ข้อมูลเชิงกราฟและแนวคิดผลกระทบของคอยล์สกปรกต่อประสิทธิภาพ). [energy.gov]

  6. ASHRAE Standard 202, Commissioning Process for Buildings and Systems (กรอบแนวคิดการตรวจรับและการว่าจ้างระบบ). [ashrae.org]

  7. ASHRAE, The Strategic Guide to Commissioning (คุณค่าและแนวคิดการตรวจรับระบบให้เป็นไปตามความต้องการของเจ้าของอาคาร). [ashrae.org]

แชร์บทความนี้ :
มั่นใจได้ในทุกขั้นตอน...ด้วยทีมงาน
วิศวกรมืออาชีพ มาตรฐานระดับสากล

พร้อมให้คำปรึกษา ออกแบบ ประเมินราคา และสำรวจหน้างานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย