ลดค่าไฟ - Reduce Electricity

7 วิธี ลดค่าไฟ สำหรับอาคาร ได้ผลจริง

สารบัญ

การ ลดค่าไฟ สำหรับอาคารสำนักงาน ไม่ใช่แค่เรื่องลดค่าใช้จ่ายในธุรกิจ แต่ยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ในยุคที่ค่าไฟพุ่งสูงและกระแส สำนักงานประหยัดพลังงาน กำลังมาแรง เจ้าของกิจการและผู้จัดการออฟฟิศควรรู้เทคนิค ลดการใช้พลังงานในสำนักงาน เพื่อทั้งประหยัดค่าไฟและเสริมภาพลักษณ์องค์กรที่ใส่ใจโลก. บทความนี้จะแนะนำวิธีต่าง ๆ ในการ ประหยัดไฟในสำนักงาน ตั้งแต่เทคนิคง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน ระบบสมาร์ท อัตโนมัติ ไปจนถึงแนวทางการออกแบบและ นโยบายประหยัดพลังงาน ที่ทุกออฟฟิศสามารถนำไปใช้ได้จริงอย่างยั่งยืน

เทคนิค ประหยัดไฟ ในสำนักงาน

การเริ่มต้น ลดการใช้ไฟ ในที่ทำงานสามารถทำได้ทันทีด้วยพฤติกรรมและเทคนิคง่าย ๆ ที่หลายคนมองข้าม ในส่วนนี้เรารวบรวมวิธี ประหยัดพลังงาน ที่สามารถปรับใช้ในออฟฟิศทั่วไป:

ปิดและถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน

ปิดไฟ หลอดไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดหลังเลิกใช้งาน หรือช่วงพักกลางวัน เช่น ปิดคอมพิวเตอร์ จอภาพ เครื่องถ่ายเอกสารเมื่อหมดความจำเป็น. การถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งานนาน ๆ ยังช่วยลดไฟฟ้าที่ไหลแบบแฝง (standby mode) ซึ่งสะสมเป็นค่าไฟได้ไม่น้อย. เคล็ดลับง่าย ๆ นี้ช่วยลดทั้ง การใช้พลังงาน และยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ไปพร้อมกัน

ตั้งอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสม

เครื่องปรับอากาศเป็นตัวการใหญ่ของการกินไฟในสำนักงาน. ควรตั้งอุณหภูมิ แอร์ ที่ประมาณ 24-26°C และเปิดพัดลมช่วยหมุนเวียนอากาศจะช่วยให้รู้สึกเย็นสบายเท่าเดิมแต่ ประหยัดไฟ ขึ้น. การปรับแอร์ขึ้น 1°C สามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้หลายเปอร์เซ็นต์ต่อปี. นอกจากนี้ควรล้างแอร์ตามวงรอบที่เหมาะสมเพื่อให้ระบบทำงานมีประสิทธิภาพ ไม่กินไฟเกินจำเป็น

ลดค่าไฟ - Reduce Electricity 02

ใช้หลอดไฟและอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน

เปลี่ยนมาใช้ หลอดไฟ LED แทนหลอดฟลูออเรสเซนต์หรือหลอดไส้แบบเก่า สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง ประมาณ 70% เมื่อเทียบกับหลอดเดิม แม้หลอด LED มีราคาสูงกว่าแต่ใช้งานได้นานและคุ้มค่ากว่าในระยะยาว. นอกจากนี้เลือกใช้อุปกรณ์สำนักงานที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือมาตรฐาน Energy Star เช่น จอคอมพิวเตอร์, เครื่องปรับอากาศระบบ Inverter ก็ช่วย ลดการใช้พลังงานในสำนักงาน ได้มากขึ้น (ระบบ Inverter ในแอร์จะคุมรอบการทำงานให้คงที่ ทำให้ประหยัดไฟกว่ารุ่นเก่า)

ใช้แสงธรรมชาติให้คุ้มค่า

ปรับรูปแบบ การออกแบบสำนักงานประหยัดพลังงาน โดยใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติ (Daylight) ให้มากที่สุด. เปิดม่านหรือหน้าต่างเพื่อรับแสงแดดในช่วงกลางวัน ช่วยลดการเปิดไฟฟ้าแสงสว่างภายในห้อง. อย่าลืมจัดโต๊ะทำงานให้อยู่ในตำแหน่งที่รับแสงธรรมชาติได้เพียงพอ แต่ควรระวังเรื่องความร้อนเข้าสู่อาคารด้วย โดยอาจติดฟิล์มกรองแสงหรือใช้มู่ลี่ช่วย. การใช้แสงธรรมชาติอย่างเหมาะสมไม่เพียงลดการเปิดไฟในเวลากลางวัน แต่ยังสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานอีกด้วย

ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีสมาร์ทออฟฟิศ

การนำ ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในสำนักงานช่วยให้การจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการสิ้นเปลืองโดยไม่รู้ตัว:

  • ระบบไฟฟ้าและแสงสว่างอัจฉริยะ: ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวสำหรับไฟห้องประชุม ห้องน้ำ หรือพื้นที่ที่ไม่มีคนเมื่อไรไฟจะดับอัตโนมัติ ช่วยลดการเปิดไฟทิ้งไว้โดยเปล่าประโยชน์. นอกจากนี้สามารถใช้ หลอดไฟอัจฉริยะ (Smart Lighting) ที่ปรับความสว่างตามสภาพแสงภายนอกหรือเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ: ใช้ สมาร์ทเทอร์โมสแตท หรือระบบจัดการ HVAC อัจฉริยะที่สามารถตั้งเวลาและปรับอุณหภูมิได้ตามช่วงเวลาใช้งานจริง เช่น ปรับเพิ่มอุณหภูมิช่วงพักเที่ยงหรือหลังเวลางาน และลดลงก่อนพนักงานมาถึง จะช่วยลดการทำงานเกินจำเป็นของเครื่องปรับอากาศ

  • ระบบบริหารจัดการพลังงาน (BMS): ตึกสำนักงานสมัยใหม่หลายแห่งติดตั้ง ระบบบริหารจัดการอาคาร (Building Management System) ที่ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดจากศูนย์กลาง. ระบบ BMS ที่ชาญฉลาดสามารถปรับการทำงานของไฟ แอร์ ลิฟต์ ฯลฯ ให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง และแจ้งเตือนเมื่อมีส่วนไหนใช้พลังงานเกินปกติ. มีข้อมูลระบุว่าการใช้ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะช่วยลดการใช้พลังงานโดยรวมได้มากถึง ~40% ในระบบปรับอากาศและการจัดการพลังงานอื่น ๆ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับธุรกิจที่ต้องการลดค่าไฟ

การออกแบบสำนักงานให้ประหยัดพลังงาน

การออกแบบสำนักงานประหยัดพลังงาน ตั้งแต่ขั้นแรกจะช่วยให้อาคารใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพไปตลอดอายุการใช้งาน ถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า:

  • ออกแบบตามหลักการ Passive Design: ใช้การออกแบบเชิงรับ เช่น การวางผังอาคารให้รับลมธรรมชาติ ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ, การเลือกวัสดุก่อสร้างที่มีฉนวนกันความร้อนที่ดี (ผนัง, หลังคา) ลดความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร, การติดตั้งกระจกหน้าต่างประเภท Low-E ที่ช่วยสะท้อนความร้อน. แนวคิดเชิงรับคือการใช้ธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดก่อน เพื่อลดภาระการใช้พลังงานจากเครื่องจักรกล

  • ออกแบบตามหลักการ Active Design: เลือกติดตั้งระบบและอุปกรณ์ประหยัดพลังงานตั้งแต่แรก เช่น ระบบไฟ LED ทั้งอาคาร, กระจกและช่องแสงที่ออกแบบรับแสงแต่ไม่รับความร้อน, ระบบ พลังงานหมุนเวียน อย่างแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองบางส่วน. รวมถึงเตรียมพื้นที่สำหรับ ที่จอดรถจักรยาน หรือ ที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมรักษ์โลกของพนักงาน. การผสมผสานการออกแบบแบบ Passive และ Active จะทำให้อาคารสำนักงานเป็น อาคารประหยัดพลังงาน อย่างสมบูรณ์

เกร็ดเล็กน้อย: ระบบไฟฟ้าแสงสว่างมักใช้ไฟฟ้าประมาณ 25% ของการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดในอาคารสำนักงาน การออกแบบแสงที่ดีและเลือกอุปกรณ์ประหยัดไฟจึงช่วยลดพลังงานในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ)

ลดค่าไฟ - Reduce Electricity

นโยบายและแนวทางองค์กรเพื่อการประหยัดไฟ

นอกเหนือจากเทคนิคและระบบต่าง ๆ แล้ว การกำหนดนโยบายประหยัดพลังงานภายในองค์กรก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อสร้างวัฒนธรรมการใช้พลังงานอย่างมีความรับผิดชอบในระยะยาว:

  • กำหนดมาตรการ “ปิดไฟเมื่อไม่ใช้”: ปลูกฝังให้พนักงานมีนิสัยปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้งานทุกครั้ง เช่น หลังเลิกงานหรือออกจากห้อง ให้ปิดไฟ คอมพิวเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ. อาจติดสติกเกอร์เตือนเหนือสวิตช์ไฟหรือหน้าจอคอมฯ ว่า “วันนี้คุณปิดแล้วหรือยัง?” เพื่อกระตุ้นเตือน

  • รณรงค์และให้ความรู้: จัดแคมเปญ Green Office ภายในองค์กร เช่น สัปดาห์ประหยัดพลังงาน แข่งขันลดการใช้ไฟระหว่างแผนก พร้อมประกาศผลและรางวัลเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจ. ให้ความรู้ผ่านการส่งอีเมลหรือบอร์ดประชาสัมพันธ์ถึงเคล็ดลับต่าง ๆ (เช่น ขึ้นบันไดแทนลิฟต์สำหรับขึ้นลง 1-2 ชั้น, ถอดปลั๊กเครื่องชงกาแฟหลังเลิกใช้ เป็นต้น)

  • กำหนดนโยบายเวลาพักและหลังเลิกงาน: บางสำนักงานมีนโยบายปิดไฟและเครื่องปรับอากาศช่วงพักเที่ยง 1 ชั่วโมงเต็ม โดยพนักงานสามารถลงไปพักข้างล่างหรือใช้แสงธรรมชาติแทน. หลังเลิกงานให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบปิดไฟและแอร์ทุกครั้ง หรือตั้งระบบ ตั้งเวลาปิดอัตโนมัติ ในกรณีที่ลืมปิด. มาตรการเหล่านี้ช่วยลดการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรมทุกวัน

  • สนับสนุนและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง: ผู้บริหารควรแสดงการสนับสนุนอย่างจริงจัง เช่น รายงานผลการใช้พลังงานและค่าไฟฟ้าของสำนักงานเป็นรายเดือนให้พนักงานรับทราบ เพื่อทุกคนเห็นภาพรวมว่าความพยายามประหยัดไฟส่งผลอย่างไร. ตั้งคณะทำงานหรือแต่งตั้ง “ผู้ตรวจพลังงาน” ภายในแต่ละแผนก เพื่อคอยแนะนำและตรวจสอบการใช้พลังงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

สรุป

การประหยัดไฟในสำนักงาน เป็นเรื่องที่ทุกองค์กรสามารถทำได้ทันทีและเห็นผลทั้งระยะสั้นและยาว ไม่ว่าจะผ่านวิธีการง่ายๆ เช่นการปิดไฟเมื่อไม่ใช้ เทคนิคประหยัดไฟ ต่าง ๆ การนำ ระบบอัตโนมัติ เข้ามาช่วย หรือการลงทุนออกแบบอาคารและอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพสูงก็ตาม ทุกขั้นตอนล้วนช่วยให้สำนักงานของคุณ ลดการใช้พลังงาน ลงได้จริง ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าลดลงอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน. เมื่อพนักงานทุกคนร่วมมือกันและองค์กรมีนโยบายที่ชัดเจน การสร้าง สำนักงานประหยัดพลังงาน ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของออฟฟิศยุคใหม่ที่ทั้งประหยัด คุ้มค่า และยั่งยืน

แหล่งอ้างอิง

  1. อาคารประหยัดพลังงานคืออะไร ต้องมีระบบอะไรภายในอาคารบ้าง [sunnyemergencylight.com]
  2. อุปกรณ์ช่วยประหยัดพลังงาน ในสำนักงาน ที่ควรมี [officeandtools.com]
  3. รู้หรือไม่ ตอนนี้มีระบบควบคุมอาคารอัจฉริยะ ประหยัดพลังงาน ด้วย ai แล้วนะ [evpowerenergy.com]
  4. การประหยัดพลังงานในสถานที่ทำงาน [moph.go.th]
แชร์บทความนี้ :
มั่นใจได้ในทุกขั้นตอน...ด้วยทีมงาน
วิศวกรมืออาชีพ มาตรฐานระดับสากล

พร้อมให้คำปรึกษา ออกแบบ ประเมินราคา และสำรวจหน้างานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย