VRV_VRF vs Chiller

แอร์ VRV/VRF กับ Chiller เลือกแบบไหนดี

สารบัญ

เมื่อคุณกำลังจะลงทุนระบบแอร์ใหญ่ให้กับอาคาร ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน โรงแรม ห้าง หรืออาคารอุตสาหกรรม คำถามสำคัญที่ต้องตอบคือ: ควรเลือก “VRV/VRF” หรือ “Chiller” บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจพื้นฐาน ข้อดี ข้อเสีย และเงื่อนไขที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น

ระบบ VRV / VRF คืออะไร?

  • VRV ย่อมาจาก Variable Refrigerant Volume และ VRF ย่อมาจาก Variable Refrigerant Flow ทั้งสองคำศัพท์มักใช้สลับได้ โดยเทคโนโลยีคือระบบปรับอากาศที่ใช้ สารทำความเย็น (refrigerant) ไหลผ่านท่อไปยังยูนิตภายในหลายตัว และควบคุมปริมาณสารทำความเย็นแต่ละยูนิตตามความต้องการ
  • จุดเด่น คือสามารถปรับอัตราการไหล (flow) ของสารทำความเย็น ตามโหลดความเย็นที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละโซนได้ (ไม่ใช่เปิด-ปิดเต็มที่) ทำให้ประหยัดพลังงานเมื่อบางโซนไม่ต้องการเย็นเต็มที่
  • ระบบ VRF เหมาะกับ อาคารที่มีหลายโซน หลายห้อง หรือ หลายชั้น โดยอาจต้องการอุณหภูมิที่แตกต่างกัน เช่น อาคารสำนักงานหลายบริษัท, โรงแรม, อาคารรีโนเวทที่มีพื้นที่จำกัด และอาคารที่โหลดความเย็นไม่ได้เต็มทุกโซนตลอดเวลา

ข้อจำกัดหลักของระบบ VRV / VRF

  • มีข้อจำกัดเรื่องระยะท่อ และความสูงต่างระดับ ถ้าอาคารสูงมากอาจไม่เหมาะ
  • ถ้าระบบใหญ่เกินไป อาจเจอปัญหาประสิทธิภาพลดหรือเลือกใช้งานไม่คุ้ม
  • การติดตั้งและซ่อมบำรุงต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ

ระบบ Chiller คืออะไร?

  • Chiller (ชิลเลอร์) คือระบบที่ผลิต น้ำเย็น (Chilled Water) จากเครื่อง Chiller กลาง แล้วส่งน้ำเย็นผ่านท่อไปยังเครื่องในอาคาร เช่น AHU (Air Handling Unit) หรือ FCU (Fan Coil Unit) เพื่อแลกเปลี่ยนความร้อนกับอากาศ
  • น้ำเย็นที่รับความร้อนแล้วจะไหลกลับมาที่เครื่อง Chiller เพื่อกลับมาทำให้เย็นอีกครั้งเป็นวงจร
  • ระบบนี้มักมีองค์ประกอบเพิ่มเติม เช่น ปั๊มน้ำ, หอผึ่งน้ำ (Cooling Tower), วาล์ว, ระบบควบคุม และระบบท่อขนาดใหญ่

Chiller เหมาะกับอาคารที่มี โหลดความเย็นสูงต่อเนื่อง เช่น ห้าง โรงงาน โรงแรมขนาดใหญ่ อาคารสำนักงานสูง พื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ เป็นต้น

VRV_VRF vs Chiller01

ข้อจำกัดของระบบ Chiller

  • ค่าใช้จ่ายติดตั้งสูง เพราะมีอุปกรณ์หลายส่วน
  • ต้องใช้พื้นที่สำหรับห้องเครื่อง, หอผึ่งน้ำ, ช่องท่อลม/ท่อน้ำใหญ่
  • การดูแลรักษาและบำรุงรักษามีหลายส่วน เช่น คุณภาพน้ำ, การล้าง, ปั๊มน้ำ, วาล์ว

ตารางเปรียบเทียบระหว่าง ระบบ VRV / VRF กับ ระบบ Chiller

หัวข้อ VRV/VRF Chiller
วิธีส่งความเย็น ใช้สารทำความเย็นจากคอยล์ร้อนไปยังคอยล์เย็นแต่ละโซน ควบคุมรอบคอมเพรสเซอร์และปริมาณน้ำยาให้เหมาะกับโหลดจริง ผลิตน้ำเย็นจากเครื่องกลาง แล้วส่งผ่านท่อน้ำไปยัง AHU/FCU เพื่อแลกเปลี่ยนความร้อนและจ่ายลมเย็นเข้าสู่พื้นที่
เหมาะกับอาคาร อาคารสำนักงาน โรงแรม อาคารขนาดกลาง หรือพื้นที่ที่ใช้งานไม่พร้อมกันทุกโซน อาคารขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า โรงงาน โรงพยาบาล หรืออาคารที่มีโหลดเย็นสูงต่อเนื่อง
ต้นทุนติดตั้ง ปานกลาง ติดตั้งง่ายกว่า ไม่มีหอผึ่งน้ำและระบบน้ำเย็น สูง ต้องลงทุนเครื่องกลาง ปั๊มน้ำ ท่อ และพื้นที่ติดตั้งเพิ่มเติม
ค่าใช้จ่ายระหว่างใช้งาน ประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานไม่เต็มระบบ สามารถปิดบางโซนได้ คุ้มค่าเมื่อใช้งานเต็มระบบต่อเนื่อง เช่น ห้างหรือโรงงานขนาดใหญ่
การควบคุมอุณหภูมิ ยืดหยุ่นสูง สามารถควบคุมอุณหภูมิได้แยกตามโซนหรือรายห้อง ควบคุมได้เป็นโซนใหญ่ หากต้องการควบคุมรายห้องต้องติดตั้ง FCU/VAV เพิ่มเติม
การดูแลรักษา ง่ายกว่า ไม่มีระบบน้ำ ใช้การล้างคอยล์และตรวจสอบรอบระบบ ซับซ้อน ต้องดูแลระบบน้ำ ปั๊มน้ำ คูลลิ่งทาวเวอร์ และตรวจสอบคุณภาพน้ำ
พื้นที่ติดตั้ง ใช้พื้นที่น้อย เดินท่อได้ยืดหยุ่น เหมาะกับอาคารที่มีพื้นที่จำกัด ต้องมีห้องเครื่อง พื้นที่หอผึ่งน้ำ และช่องท่อขนาดใหญ่
อายุการใช้งาน ประมาณ 10–15 ปี หากบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 20–30 ปี เหมาะกับอาคารขนาดใหญ่ที่ใช้งานระยะยาว

ตารางเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย ระหว่าง ระบบ VRV / VRF กับ ระบบ Chiller

ระบบ ข้อดี (Advantages) ข้อเสีย (Limitations)
VRV/VRF • ประหยัดพลังงานเมื่อโหลดไม่เต็มระบบ
• ควบคุมอุณหภูมิได้อิสระในแต่ละโซนหรือห้อง
• ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อย ไม่มีห้องเครื่องใหญ่
• ระบบน้ำยาทำความเย็นโดยตรง ทำงานเงียบ
• การติดตั้งยืดหยุ่น เหมาะกับอาคารที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่
• บำรุงรักษาง่าย ไม่มีระบบน้ำและเคมีน้ำ
• ไม่เหมาะกับอาคารที่มีขนาดใหญ่มากหรือโหลดสูงต่อเนื่อง
• จำกัดระยะทางเดินท่อน้ำยาและความสูงระหว่างยูนิต
• เมื่อคอนเดนซิ่งหลักเสีย อาจกระทบหลายโซนพร้อมกัน
• ค่าซ่อมระบบน้ำยาทำความเย็นสูงหากรั่ว
• ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการติดตั้งและบำรุงรักษา
Chiller • รองรับโหลดความเย็นสูง เหมาะกับอาคารขนาดใหญ่
• อายุการใช้งานยาวนาน (20–30 ปี)
• ระบบเสถียรเมื่อใช้งานต่อเนื่อง
• ควบคุมคุณภาพอากาศและความชื้นได้ดีกว่า (ผ่าน AHU)
• เหมาะกับอาคารที่ต้องการระบบรวมศูนย์ (Centralized Cooling)
• ค่าใช้จ่ายติดตั้งเริ่มต้นสูงมาก
• ใช้พื้นที่มาก (ห้องเครื่อง, Cooling Tower, ท่อน้ำขนาดใหญ่)
• ต้องมีทีมช่างดูแลประจำ ตรวจคุณภาพน้ำและปั๊มอย่างสม่ำเสมอ
• หากใช้งานไม่เต็มโหลด อาจสิ้นเปลืองพลังงาน
• การซ่อมบำรุงซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูงกว่า VRF

วิธีเลือกให้เหมาะกับอาคารของคุณ

หากคุณกำลังตัดสินใจเลือก ระบบ VRV / VRF หรือ ระบบ Chiller อยู่ เพื่อให้การตัดสินใจของคุณ “ใกล้เคียงคำตอบที่ใช่ที่สุด” ควรพิจารณาจากปัจจัยหลักต่อไปนี้ประกอบกันอย่างรอบคอบ

  1. ขนาดอาคารและปริมาณความเย็นที่ต้องการ
    • หากอาคารมีขนาดไม่ใหญ่มาก (เช่น มีภาระความเย็นรวมไม่เกิน 500 ตันความเย็นโดยประมาณ) ระบบ VRV/VRF มักตอบโจทย์ได้ดีทั้งในแง่ประสิทธิภาพและความคุ้มค่า
    • แต่หากอาคารมีขนาดใหญ่กว่านั้น หรือมีภาระความเย็นต่อเนื่องสูงระบบ Chiller จะเริ่มมีความคุ้มค่ามากกว่าในระยะยาว
  2. รูปแบบการใช้งานของอาคาร
    • หากอาคารมีบางโซนใช้งานไม่ตลอดเวลา หรือมีพื้นที่ที่เปิด–ปิดสลับกัน ระบบ VRV/VRF จะเหมาะสมกว่า เพราะสามารถควบคุมการทำงานแยกแต่ละโซนได้
    • แต่ถ้าเป็นอาคารที่เปิดใช้งานเต็มเวลาและมีภาระโหลดสูงต่อเนื่อง ระบบ Chiller จะให้ประสิทธิภาพและความเสถียรมากกว่า
  3. งบประมาณติดตั้งและค่าใช้จ่ายระยะยาว
    • หากต้องการลดต้นทุนการติดตั้งในระยะเริ่มต้น ระบบ VRV/VRF ถือเป็นทางเลือกที่ดี เพราะใช้พื้นที่และอุปกรณ์น้อยกว่า
    • แต่หากพิจารณาในระยะยาว โดยเฉพาะอาคารขนาดใหญ่ ระบบ Chiller อาจให้ความคุ้มค่ากว่าด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนานและประสิทธิภาพที่สูงกว่า
  4. ความต้องการควบคุมอุณหภูมิและคุณภาพอากาศ
    • หากอาคารของคุณต้องการควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำรวมถึงต้องการคุณภาพอากาศที่ดี เช่น ระบบกรองอากาศหรือควบคุมความชื้น ระบบ Chiller ร่วมกับ AHU (Air Handling Unit) จะได้เปรียบในด้านนี้อย่างชัดเจน
  5. โครงสร้างอาคารและพื้นที่ติดตั้ง
    • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอาคารของคุณมีพื้นที่เพียงพอสำหรับ ห้องเครื่อง, หอผึ่งน้ำ (Cooling Tower), ช่องเดินท่อน้ำ และช่องเดินท่อลม
    • หากพื้นที่จำกัด ระบบ VRV/VRF จะสะดวกกว่า เพราะไม่ต้องใช้ห้องเครื่องขนาดใหญ่และเดินท่อได้ยืดหยุ่นกว่า
  6. ทีมซ่อมบำรุงและบริการหลังการขาย
    • ระบบ VRV/VRF มักดูแลง่ายกว่าและใช้การตรวจเช็กตามรอบปกติ จึงเหมาะกับอาคารที่ไม่มีทีมช่างประจำ
    • แต่หากอาคารของคุณมีทีมวิศวกรหรือช่างเทคนิคเฉพาะทาง ระบบ Chiller ก็จะสามารถดูแลและบำรุงรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  7. การออกแบบระบบแบบผสม (Hybrid System)
    • บางอาคารเลือกใช้ระบบแบบผสมเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นสูงสุด เช่น ใช้ Chiller ในโซนที่มีภาระโหลดสูงตลอดเวลา และใช้ VRV/VRF ในพื้นที่สำนักงานหรือห้องพักทั่วไป เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมพลังงาน แนวทางนี้เป็นรูปแบบที่ผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น LG แนะนำให้ใช้ในโครงการขนาดใหญ่ที่มีการใช้งานหลากหลายรูปแบบ
VRV_VRF vs Chiller 02

แหล่งอ้างอิงรวม

  • ASHRAE Handbook – HVAC Systems and Equipment, 2021 Edition.
  • ASHRAE Standard 15 & 34 – Safety Standard for Refrigeration Systems.
  • NFPA 90A – Standard for the Installation of Air-Conditioning and Ventilating Systems (2024).
  • LEED v4.1 – Building Design and Construction Guidelines, U.S. Green Building Council (USGBC).
  • LG HVAC Blog – Chiller or VRF? The Ultimate Debate. [ lg.com ]
  • Energy Efficiency Comparison of VRF and Chiller Systems.ScienceDirect (Elsevier), 2022.
  • Performance Evaluation of Variable Refrigerant Flow (VRF) Systems.ResearchGate, 2021.
  • Cooling Load Analysis for Chilled Water Systems.Engineering Toolbox, 2020.
แชร์บทความนี้ :
มั่นใจได้ในทุกขั้นตอน...ด้วยทีมงาน
วิศวกรมืออาชีพ มาตรฐานระดับสากล

พร้อมให้คำปรึกษา ออกแบบ ประเมินราคา และสำรวจหน้างานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย